เฝ้าไข้แม่ชราที่อาการวิกฤตตลอดทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แม่ก็จากไปตลอดกาล เมื่อตรวจดูกล้องวงจรปิด พบภาพสุดท้ายของแม่ก่อนสิ้นใจ ยิ่งดูยิ่งสะเทือนใจ

 

วิดีโอที่นายหวัง วัย 50 ปี จากมณฑลส่านซี ประเทศจีน นำมาเผยแพร่เพื่อรำลึกถึงคุณแม่ผู้จากไปด้วยโรคมะเ.ร็.งหลอดอาหารเมื่อปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ภาพในวิดีโอถูกบันทึกไว้ในคืนก่อนที่คุณแม่จะจากโลกนี้ไป โดยหญิงชราวัย 88 ปี ซึ่งร่างกายอ่อนแรงมากแล้ว ยังพยายามหยิบผ้าห่มมาห่มให้ลูกชายที่กำลังหลับอยู่ข้าง ๆ อย่างทะนุถนอม

หลังจากเฝ้าดูแลแม่ติดต่อกันหลายวัน นายหวังเผลอหลับไปข้างเตียงของแม่ แต่ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คุณแม่ยังคงมอบความรักและความห่วงใยให้ลูกชายเช่นเดียวกับตอนที่เขายังเป็นเด็ก

นายหวังเป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ พ่อบุญธรรมได้เสียชีวิตลง ทำให้แม่ต้องเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 8 คนเพียงลำพังจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้เวลาจะผ่านมาหนึ่งปีแล้วหลังการจากไปของแม่ แต่เขายังคงรู้สึกคิดถึงและเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงเธอ


วิดีโอดังกล่าวได้สัมผัสหัวใจของผู้คนจำนวนมาก หลายคนยอมรับว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นภาพคุณแม่ยังคงดูแลลูกชายก่อนจากไปตลอดกาล ความคิดเห็นจำนวนมากระบุว่า

"แม่ยังคงปกป้องลูกจนถึงลมหายใจสุดท้าย"

"ความรักของแม่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

"เขาจะจดจำความอบอุ่นจากผ้าห่มที่แม่ห่มให้ในคืนนั้นไปตลอดชีวิต"

เรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความเสียสละของพ่อแม่ที่มีต่อลูก มักได้รับความเห็นอกเห็นใจและสร้างความประทับใจอย่างมากบนโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ นายหม่า วัย 27 ปี จากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ก็ได้แชร์วิดีโอของคุณแม่ที่กำลังป่วยระยะสุดท้าย แต่ยังพยายามลุกขึ้นมาทำอาหารเย็นให้ลูกชายด้วยตนเอง

แม้ร่างกายของเธอจะผอมจนเหลือน้ำหนักเพียง 35 กิโลกรัม และต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ แต่เธอยังคงยืนยันที่จะทำบะหมี่ซอสมิโซะถั่วเหลืองทอด ซึ่งเป็นเมนูโปรดของลูกชาย แม้ว่าการทำอาหารในครั้งนั้นจะใช้พลังงานจากร่างกายของเธออย่างมากก็ตาม

นายหม่าเล่าว่า คุณแม่ต้องการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อลูกชายในช่วงวันสุดท้ายของชีวิต และอาหารมื้อนั้นยังเป็นมื้อแรกที่เธอทำให้ลูก หลังจากอาการป่วยทรุดหนักมานานกว่า 3 เดือน

ในคำบรรยายของวิดีโอ เขาเขียนว่า

"ผมไม่อาจอธิบายความหมายของอาหารมื้อนี้ได้ทั้งหมด แต่คืนนี้ ผมคือเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลก"

ก่อนหน้านั้น ในเดือนกันยายน ปี 2023 อีกหนึ่งเรื่องราวจากประเทศจีนก็สร้างความประทับใจให้ผู้คนจำนวนมาก เด็กหญิงวัย 13 ปี จากมณฑลเจ้อเจียง ได้ค้นพบข้อความที่แม่ผู้ล่วงลับเขียนทิ้งไว้ในแอปพลิเคชันบันทึกข้อความบนโทรศัพท์มือถือ

ข้อความดังกล่าวเป็นคำอวยพรที่คุณแม่ตั้งใจเขียนไว้สำหรับวันแต่งงานของลูกสาวในอนาคต แม้เจ้าของข้อความจะไม่ได้อยู่เห็นวันสำคัญนั้นด้วยตนเอง แต่ความรักและความปรารถนาดีของแม่ยังคงส่งต่อถึงลูกอย่างอบอุ่นไม่ต่างจากวันที่เธอยังมีชีวิตอยู่

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

 


เจ้าของสวนสยามเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ เผยความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท พร้อมประกาศหากมีผู้สนใจรับช่วงต่อก็พร้อมขายที่ดิน

วันที่ 3 ต.ค.69 นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังน้ำท่วมว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจขึ้น หลังได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสำนักงานเขตคันนายาว ที่นำเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว ขณะที่พนักงานกว่า 300-400 คน เร่งฟื้นฟูพื้นที่ทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

สำหรับความเสียหาย นายไชยวัฒน์ระบุว่า ถือเป็นการฟื้นฟูครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เนื่องจากเครื่องเล่นส่วนใหญ่สั่งซื้อจากต่างประเทศ และต้องหยุดใช้งานทันทีหลังถูกน้ำท่วม ก่อนให้บริษัทผู้ผลิตและวิศวกรเข้าตรวจสอบความปลอดภัยและอนุมัติการกลับมาเปิดให้บริการ

เดิมคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 6 เดือน แต่ขณะนี้ประเมินว่าอาจลดเหลือราว 3 เดือน หากได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องเล่นและวิศวกรจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ส่วนมูลค่าความเสียหาย นายไชยวัฒน์เปิดเผยว่า เบื้องต้นประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่รายได้ในช่วงนี้ลดลงอย่างมาก และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับ ทำให้ต้องเร่งขอความช่วยเหลือจากธนาคารและบริษัทประกันภัย เพื่อประคองกิจการและดูแลพนักงาน

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

นายไชยวัฒน์ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสยามอะเมซิ่งพาร์คจะเดินหน้าต่อหรือไม่ หากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน จำเป็นต้องขายที่ดินหรือเข้าสู่กระบวนการทางการเงินเพื่อยุติกิจการ พร้อมยืนยันว่า หากมีผู้สนใจเข้ามารับช่วงต่อ ก็พร้อมขายทันที 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สวนสนุกสามารถกลับมาเปิดบริการและประชาชนยังมีสถานที่พักผ่อน

เจ้าตัวยังกล่าวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ว่า เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาด โดยช่วงตี 4 พนักงานแจ้งว่าน้ำเข้าพื้นที่แล้ว ทำให้ไม่สามารถเตรียมการป้องกันได้ทัน พร้อมยอมรับว่าตลอด 7 วันที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอน เพราะต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งเรื่องพื้นที่ เครื่องเล่น พนักงาน และสัตว์ที่อยู่ภายในสวนสยาม

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

“ใจผมสู้ ถ้าคนอื่นไม่ช่วยซื้อ ผมสู้ไม่ไหว สวนสยามทำคนเดียวมา 40-50 ปี ถ้าอยู่ได้ ผมก็อยู่ ไม่ทิ้ง” นายไชยวัฒน์กล่าว

พร้อมระบุว่า หากภาครัฐ ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงมีแนวทางประคองพนักงานและกิจการ ก็ยังพร้อมเดินหน้าต่อ แต่หากไม่มีความช่วยเหลือเพียงพอ ก็อาจตัดสินใจขายที่ดินทั้งหมดเพื่อยุติภาระและให้ทุกฝ่ายเดินหน้าต่อได้

พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน



 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมภาษณ์พ่อของ สส.ไอเดียร์ สุชาดา แทนทรัพย์ ถึงปมร้อนอาชีพของลูกเขยหลังโดนเปิดประเด็นกลางสภาฯว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย

จากกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังถูกพาดพิงถึงสามีและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ โดย น.ส.สุชาดายืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะที่นายรังสิมันต์ระบุว่า เตรียมเชิญ น.ส.สุชาดาและสามีเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 7 ตุลาคมนี้

พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน


พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน

ล่าสุด วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.สุชาดา ที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยนายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อกระแสการตรวจสอบ เนื่องจากเมื่อบุตรสาวเข้าสู่การเมืองก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะ และพร้อมให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท

นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า เท่าที่ได้รับทราบจากบุตรสาว สามีของ น.ส.สุชาดาประกอบธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ และมีระบบตรวจสอบการดำเนินธุรกิจอย่างเข้มงวด ส่วนรายละเอียดของธุรกิจนั้นไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย แต่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจสตาร์ตอัป โดยสามียืนยันกับครอบครัวว่าทรัพย์สินได้มาโดยสุจริตและสามารถตรวจสอบได้

ส่วนกรณีที่ น.ส.สุชาดาแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ นายสัมฤทธิ์ระบุว่า เป็นสิทธิของบุตรสาว หลังถูกพาดพิงถึงสามีในประเด็นที่มีความร้ายแรง ขณะที่การยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบ และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบที่มาและรายละเอียดต่อไป หากมีข้อสงสัยก็ควรชี้แจงด้วยเอกสารและข้อเท็จจริง

พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน

สำหรับกรณีคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญ น.ส.สุชาดาและสามีเข้าชี้แจง นายสัมฤทธิ์เห็นว่า ควรพิจารณาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการให้ชัดเจน โดยมองว่าบุคคลภายนอกไม่ควรถูกเรียกเข้าไปชี้แจง หากไม่มีอำนาจตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้บุตรสาวหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่หากเป็นการเรียกจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบอื่น ก็ควรให้ความร่วมมือ

นายสัมฤทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคม น.ส.สุชาดาควรชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และเชื่อว่าเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมต่อไป

ด่วน ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบ "อัจฉริยะ" หน้าสนามมวยดัง


ด่วน ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบ “อัจฉริยะ” หน้าสนามมวยดัง ในข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชน ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินการตามขั้นตอน

วันที่ 3 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์

ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเช้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,

ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันซกมวย(ประเภท ข) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการควบคุมตัวได้บริเวณหน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย ก่อนส่งตัวลงบันทึกประจำวันที่ สภ.กระทุ่มแบน จากนั้นนำตัวมาสอบสวนที่ บช.สอท. ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป



ด่วน ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบ “อัจฉริยะ” หน้าสนามมวยดัง ในข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชน ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินการตามขั้นตอน



อดีตพระเอกดัง ยกมือไหว้ เป็นตัวแทนหมู่บ้าน 400 หลัง ขาดแคลนอาหาร ไร้ความช่วยเหลือ

แม้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จะเริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้หลายชุมชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

แม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่า 7 วัน แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังไม่ลดลง อีกทั้งน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นและมีแนวโน้มเน่าเสีย สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่ยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

ล่าสุด อดีตพระเอกหนุ่ม “เดี่ยว หมากเตะ” หรือ “เสกสรรค์ สุทธิจันทร์” ซึ่งเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง “หมากเตะรีเทิร์นส” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นกระบอกเสียงขอความช่วยเหลือแทนลูกบ้านหมู่บ้านพลีโน่-อ่อนนุช ซอยกิ่งแก้ว 37 หลังยังคงเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมวิกฤต โดยระบุว่าหมู่บ้านมีลักษณะเป็นซอยตัน ทำให้ความช่วยเหลือจากภายนอกเข้าถึงได้ยาก

เจ้าตัวเผยว่า ตลอดระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างหนัก บางมื้อได้รับข้าวกล่องเพียง 20 กล่อง แต่ต้องแบ่งปันกันมากกว่า 400 หลังคาเรือน ขณะที่บางบ้านมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แต่จนถึงขณะนี้ถุงยังชีพยังเข้าไปไม่ถึงหมู่บ้าน

ขณะเดียวกัน เดี่ยวและกลุ่มจิตอาสาภายในหมู่บ้านยังคงช่วยกันเดินลุยน้ำเพื่อนำอาหารไปแจกจ่ายให้แต่ละครัวเรือน แม้ปริมาณอาหารที่ได้รับจะไม่เพียงพอกับจำนวนผู้อยู่อาศัย อีกทั้งสภาพร่างกายของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือเริ่มอ่อนล้า โดยบางรายมีอาการเท้าเปื่อยจนเกิดบาดแผล

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความร้องขอความช่วยเหลือ ระบุว่า

“ผมเดี่ยวหมากเตะ ขออนุญาตเป็นกระบอกเสียงแทนลูกบ้านพลีโน่-อ่อนนุช ซอยกิ่งแก้ว 37 ด้วยครับ หมู่บ้านเราเป็นซอยตัน ณ ช่วงเวลาที่ผ่านมา 7 วัน เราขาดแคลนข้าวปลาอาหารมากครับ บางมื้อมีข้าวกล่อง 20 กล่องแบ่งกันกว่า 400 หลังคาเรือน บางบ้านเริ่มถามหาข้าวกล่องเพื่อประทังชีวิตช่วงเย็นกันแล้ว บางบ้านมีเด็ก คนแก่และคนป่วย เราขาดแคลนหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือ ถุงยังชีพยังไม่มาถึงหมู่บ้านเราเลยครับ

ตอนนี้ลูกบ้านต้องช่วยเหลือกันเอง เดินแจกข้าวแต่ละมื้อที่ได้มา ไม่พอจำนวนหลังคาเรือนกันเอง ขอเป็นกระบอกเสียงช่วยชาวบ้าน มูลนิธิต่างๆ หรือหน่วยงานต่างๆ ช่วยพวกเราด้วยครับ เราช่วยกันเองมาไม่ต่ำกว่า 7 วันแล้วครับ สภาพร่างกายอ่อนล้ากันหมดแล้ว จิตอาสาหมู่บ้านบางคนเท้าเปื่อยเป็นแผล กำลังคนเราไม่เพียงพอ ขอความช่วยเหลือด้วยนะครับ

หากมูลนิธิใดหรือหน่วยงานใดช่วยภัยน้ำท่วม เห็นโพสต์นี้อยู่ช่วยแชร์ช่วยพวกเราด้วยครับ อย่าลืมพวกเรานะครับ ขอบพระคุณมากๆ ครับ เราขาดแคลนอาหาร โทร. 086-904-1177”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีประชาชน มูลนิธิ และหน่วยงานต่างๆ ติดต่อเข้ามาประสานให้ความช่วยเหลือแล้วบางส่วน

โดยเดี่ยวได้โพสต์ข้อความขอบคุณทุกฝ่ายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ระบุว่า

“กราบขอบพระคุณทุกหน่วยงานมากๆ ครับ ที่ประสานเข้ามา ณ ตอนนี้ทางหมู่บ้านได้รับการประสานงานมามากมายจริงๆ กราบขอบพระคุณมากจริงๆ ครับ”

เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ขณะนี้

แย่แล้ว ไม่รอด! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 3 เตือนฝนฟ้าคะนอง เปิดรายชื่อจังหวัดสีแดง โดนหนักสุด

 


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรม อุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 3 (237/2569)

ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้

- ในวันที่ 4 ต.ค. 69 บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง

- ในวันที่ 7 ต.ค. 69 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ สำหรับภาคอื่น ๆ มีฝนลดลง

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

แจ้งด่วน! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศเตือน ถึงประชาชนทุกคน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนผ่านเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังพบกลโกงของมิจฉาชีพที่สามารถหลอกเอาเงินออกจากบัญชีธนาคารของเหยื่อได้ แม้บุคคลนั้นจะไม่มี Mobile Banking หรือไม่มีแอปพลิเคชันธนาคารติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือก็ตาม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีสารพัดกลวิธีในการหลอกลวงประชาชน โดยหนึ่งในวิธีที่พบคือ การส่งลิงก์หรือหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงหรือทำธุรกรรมจากบัญชีธนาคารของเหยื่อ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มิจฉาชีพหลอกให้เหยื่อเดินทางไปถอนเงินสดจากบัญชี โดยอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่มารับเงิน หรือหลอกให้เหยื่อถอนเงินแล้วนำไปฝากเข้าบัญชีของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบเงินดังกล่าว ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นบัญชีม้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวัง หากมีบุคคลติดต่อมาและอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งให้โอนเงินหรือถอนเงินออกจากบัญชีเพื่อการตรวจสอบ ขออย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและสูญเสียเงินในบัญชีได้

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากเตือนประชาชนว่า ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตามคำสั่งของบุคคลที่ให้โอนหรือถอนเงินเพื่อการตรวจสอบ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนดำเนินการใด ๆ ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อหรือพบเหตุภัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุหรือสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง



ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


เรียบเรียง สยามนิวส์