แย่แล้ว ไม่รอด! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 3 เตือนฝนฟ้าคะนอง เปิดรายชื่อจังหวัดสีแดง โดนหนักสุด

 


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรม อุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 3 (237/2569)

ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้

- ในวันที่ 4 ต.ค. 69 บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง

- ในวันที่ 7 ต.ค. 69 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ สำหรับภาคอื่น ๆ มีฝนลดลง

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

แจ้งด่วน! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศเตือน ถึงประชาชนทุกคน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนผ่านเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังพบกลโกงของมิจฉาชีพที่สามารถหลอกเอาเงินออกจากบัญชีธนาคารของเหยื่อได้ แม้บุคคลนั้นจะไม่มี Mobile Banking หรือไม่มีแอปพลิเคชันธนาคารติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือก็ตาม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีสารพัดกลวิธีในการหลอกลวงประชาชน โดยหนึ่งในวิธีที่พบคือ การส่งลิงก์หรือหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงหรือทำธุรกรรมจากบัญชีธนาคารของเหยื่อ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มิจฉาชีพหลอกให้เหยื่อเดินทางไปถอนเงินสดจากบัญชี โดยอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่มารับเงิน หรือหลอกให้เหยื่อถอนเงินแล้วนำไปฝากเข้าบัญชีของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบเงินดังกล่าว ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นบัญชีม้า

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวัง หากมีบุคคลติดต่อมาและอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งให้โอนเงินหรือถอนเงินออกจากบัญชีเพื่อการตรวจสอบ ขออย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและสูญเสียเงินในบัญชีได้

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากเตือนประชาชนว่า ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตามคำสั่งของบุคคลที่ให้โอนหรือถอนเงินเพื่อการตรวจสอบ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนดำเนินการใด ๆ ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อหรือพบเหตุภัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุหรือสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง



ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


เรียบเรียง สยามนิวส์

จ.เชียงใหม่ ระทึกกลางดึก แผ่นดินไหว 3 ครั้งติด ประชาชนหลายตำบลรับรู้ความสั่นไหว


 จ.เชียงใหม่ ระทึกกลางดึก แผ่นดินไหว 3 ครั้งติด ประชาชนหลายตำบลรับรู้ความสั่นไหว



วันที่ 2 ตุลาคม 2569 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยพบว่าเกิดขึ้นบริเวณจุดศูนย์กลางเดิมต่อเนื่อง 3 ครั้งในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

สำหรับแผ่นดินไหวทั้ง 3 ครั้ง มีรายละเอียดดังนี้



ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเวลา 00.50 น. ขนาด 2.8 แม็กนิจูด ความลึก 4 กิโลเมตร

ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเวลา 02.22 น. ขนาด 1.7 แม็กนิจูด ความลึก 2 กิโลเมตร

ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเวลา 03.24 น. ขนาด 1.5 แม็กนิจูด ความลึก 2 กิโลเมตร

ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวทั้ง 3 ครั้งอยู่บริเวณ ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงตำบลใกล้เคียง สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้



เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบและสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมในช่วงเวลา 08.00 น. ของวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป

(หมายเหตุ: ต้นฉบับระบุ “ครั้งที่ 1 เวลา 07.50 น.” แต่ลำดับเหตุการณ์และข้อความ “กลางดึกที่ผ่านมา” สอดคล้องกับเวลา 00.50 น. จึงปรับเป็น 00.50 น. หากมีข้อมูลจากประกาศทางการควรตรวจสอบเวลาอีกครั้ง)

สุดเศร้า เอริก บราวน์ นักดำน้ำแคนาดา ฮีโร่ถ้ำหลวง ช่วยทีมหมูป่า เสียชีวิตแล้วในวัย 44 ปี

วงการนักดำน้ำร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “เอริก บราวน์” นักดำน้ำชาวแคนาดา หนึ่งในทีมกู้ภัยนานาชาติที่ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชน “หมูป่าอะคาเดมี” 12 คน พร้อมโค้ช รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อปี 2561 โดยบราวน์เสียชีวิตในวัย 44 ปี

ครอบครัวและเพื่อนของบราวน์ประกาศข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยหรือยืนยันอย่างเป็นทางการถึงวันและสาเหตุการเสียชีวิต

ย้อนกลับไปในปี 2561 ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่ากลายเป็นภารกิจกู้ภัยที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก หลังเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนติดอยู่ภายในถ้ำหลวงจากเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลเข้าท่วมเส้นทางออก โดยทีมหมูป่าถูกค้นพบว่ายังมีชีวิตอยู่หลังติดอยู่ในถ้ำนาน 9 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่และนักดำน้ำจากหลายประเทศจะร่วมกันวางแผนและดำเนินภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอีก 9 วัน จนสามารถนำทุกคนออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย

ภารกิจดังกล่าวมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความเสี่ยง เนื่องจากภายในถ้ำมีระดับน้ำสูง กระแสน้ำเชี่ยว รวมถึงช่องทางแคบและเส้นทางใต้น้ำหลายจุด นักดำน้ำต้องพาเด็กแต่ละคนผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยเด็กได้รับยาคีตามีนเพื่อช่วยให้อยู่ในภาวะสงบระหว่างการเคลื่อนย้าย

สำหรับ เอริก บราวน์ มีบทบาทในการสนับสนุนภารกิจหลายด้าน ทั้งขนถังอากาศและอุปกรณ์ที่จำเป็นเข้าไปภายในถ้ำ ติดตั้งและดูแลเชือกนำทาง รวมถึงสนับสนุนทีมดำน้ำที่ผลัดเปลี่ยนกันลำเลียงอุปกรณ์และนำเด็กออกจากถ้ำ

บันทึกการปฏิบัติงานระบุว่า บราวน์ใช้เวลารวม 63 ชั่วโมงภายในถ้ำตลอดระยะเวลา 9 วัน และเข้าร่วมภารกิจทั้งหมด 7 ครั้ง

จากความกล้าหาญและการมีส่วนร่วมในภารกิจครั้งสำคัญ บราวน์ได้รับ Medal of Bravery หรือเหรียญกล้าหาญของแคนาดา ซึ่งมอบให้แก่ผู้ที่แสดงความกล้าหาญอย่างโดดเด่น โดยผู้สำเร็จราชการแห่งแคนาดาระบุว่า บราวน์ “เสี่ยงชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว สิ่งกีดขวาง และช่องทางภายในถ้ำที่แคบและอันตราย

บราวน์ยังได้ร่วมงานกับนักดำน้ำถ้ำผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ รวมถึง ริชาร์ด สแตนตัน, โรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ และจอห์น โวลันเทน ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการสำรวจและดำน้ำในระบบถ้ำใต้ดิน และได้รับเชิญให้เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือในครั้งนั้น

หลังข่าวการเสียชีวิตของบราวน์เผยแพร่ เพื่อนและผู้ที่เคยร่วมงานต่างออกมาโพสต์ข้อความไว้อาลัย โดยหนึ่งในเพื่อนกล่าวถึงเขาว่าเป็น “แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุด” และเป็นหนึ่งในคนที่มีจิตใจดีที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก พร้อมบอกว่ารู้สึกผูกพันกับบราวน์ราวกับเป็นพี่น้องกัน

ขณะที่เพื่อนอีกคนระบุว่า ไม่อยากเชื่อว่าบราวน์จากไปแล้ว และรู้สึกโชคดีที่ครั้งหนึ่งเคยได้รู้จักและรักเขา ส่วนผู้ร่วมไว้อาลัยอีกหลายคนต่างยกย่องบราวน์ในฐานะวีรบุรุษ และเชื่อว่าชื่อของเขาจะยังคงได้รับการจดจำ

ด้าน เคิร์ก บราวน์ พี่ชายของเอริก เคยกล่าวถึงน้องชายระหว่างภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าว่า เขารู้สึกภูมิใจในตัวเอริก ทั้งจากวิธีที่น้องชายปฏิบัติตัวระหว่างภารกิจ และวิธีที่เอริกพูดถึงเหตุการณ์หลังภารกิจสิ้นสุด โดยเอริกมักพูดถึงเพื่อนร่วมทีมด้วยความภาคภูมิใจ และย้ำเสมอว่าความสำเร็จครั้งนั้นเกิดจากการทำงานร่วมกันเป็นทีม

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 ตุลาคม 2569

ราคาน้ำมันวันนี้ 1 ตุลาคม 2569 ปตท. และ บางจาก หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 75 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้

ราคาน้ำมันปั๊ม "ปตท." (PTT)

ดีเซล B20 อยู่ที่ 36.44 บาท/ลิตร

ดีเซล อยู่ที่ 41.44 บาท/ลิตร

GSH E20S EVO อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร

GSH91S EVO อยู่ที่ 39.57 บาท/ลิตร

GSH95S EVO อยู่ที่ 39.94 บาท/ลิตร

เบนซิน อยู่ที่ 48.93 บาท/ลิตร

ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตร

ซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร

ซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน "บางจาก"

ดีเซล B20 อยู่ที่ 36.44 บาท/ลิตร

ไฮดีเซล S อยู่ที่ 41.44 บาท/ลิตร

ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร

ไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตร

GSH E85S EVO อยู่ที่ 30.88 บาท/ลิตร

GSH E20S EVO อยู่ที่ 34.94 บาท/ลิตร

GSH91S EVO อยู่ที่ 39.57 บาท/ลิตร

GSH95S EVO อยู่ที่ 39.94 บาท/ลิตร

พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงิน

 


พิมรี่พาย เปิดใจหลังโกดังถูกน้ำท่วมหนัก เผยธุรกิจเจอสารพัดมรสุม ขาดทุนรวมหลักร้อยล้าน แถมตอนนี้แทบไม่มีเงินสด ต้องนำสินค้าที่เหลือออกมาโละขาย

เรียกได้ว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่น้อย สำหรับ “พิมรี่พาย” ที่ล่าสุดออกมาไลฟ์ระบายถึงความเสียหาย หลังโกดังถูกน้ำท่วมหนัก จนต้องเผชิญปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจ พร้อมเปิดใจว่าขณะนี้ขาดทุนรวมหลักร้อยล้านบาท และแทบไม่มีเงินสดเหลืออยู่

พิมรี่พาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ธุรกิจขายทุเรียนประสบปัญหาขาดทุนเป็นเงินจำนวนมาก อีกทั้งยังถูกคนรับจัดหาสินค้าและชาวบ้านบางรายหลอกโกงเงิน กระทั่งหันมาทำ “สกุชชี่” ซึ่งได้รับความนิยมเพียงประมาณ 7 วัน ก่อนจะเจอปัญหากับซัพพลายเออร์ชาวจีนอีกครั้ง



พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงินสดเลย

ล่าสุดสถานการณ์ยิ่งหนักขึ้น เมื่อโกดังถูกน้ำท่วมจนสินค้าได้รับความเสียหาย เจ้าตัวจึงตัดสินใจนำสินค้าที่เหลือออกมาโละขาย หวังให้ลูกค้าช่วยกันอุดหนุนเพื่อเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสด พร้อมยอมรับว่าขณะนี้เครียดอย่างหนัก เพราะไม่มีเงินสดใช้หมุนเวียน

นอกจากนี้ พิมรี่พาย ยังมีภาระที่รับปากจะร่วมทำบุญกฐินไว้หลายแห่ง เดิมคิดว่าจะนำสินค้าจากโกดังไปสมทบแทนเงินสด แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องใช้เงินสด รวมถึงยังมีภาระหนี้สินที่ต้องเจรจาขอผัดผ่อนในช่วงสิ้นเดือน



พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงินสดเลย

อย่างไรก็ตาม การออกมาไลฟ์ขายของในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังประสบอุทกภัย กลับทำให้พิมรี่พายเจอกระแสดราม่า หลังมีคนตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังไลฟ์ขายสินค้า แทนที่จะออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กระแสดังกล่าวทำให้เจ้าตัวระเบิดความอัดอั้นกลางไลฟ์ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ออกมาสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกร้องความสงสาร เพียงแต่ต้องการบอกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของตัวเอง และนำสินค้ามาขายเพื่อหาเงินหมุนเวียน

พิมรี่พาย ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเพียงคนเดียว แต่หลายพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมตั้งคำถามถึงกระแสวิจารณ์ว่า

“มันท่วมคนเดียวเหรอ มันท่วมกันหมดกรุงเทพฯ เลยนะพี่ ไม่เคยทำคอนเทนต์เรียกร้องความสงสารเลย มีแต่ให้ รักการช่วยคนนะ หนูแต่งเรื่องเหรอ หนูเป็นคนชอบดราม่าขอความเห็นใจ น่าสงสารเหรอ มันท่วมกันหมดนะ ทำไมต้องมากัดกัน”



พิมรี่พาย ระบายเดือด โกดังจมน้ำ หนี้สินรุมเร้า ลั่นชีวิตตอนนี้ไม่มีเงินสดเลย

เจ้าตัวยังยืนยันว่าไม่ได้เปิดรับบริจาค และไม่ได้ขอเงินจากใคร เพียงนำสินค้าที่มีอยู่ในโกดังออกมาแลกเป็นเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายและประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อ

ขณะเดียวกัน พิมรี่พาย ยังเปิดใจถึงสภาพชีวิตในช่วงที่กำลังประสบปัญหา พร้อมบอกว่าหากใครมีโอกาสหารายได้ก็ขอให้ทำไป เพราะการหาเงินของแต่ละคนเป็นเรื่องที่แยกจากกัน

“ถ้าเธอมีโอกาสจะหาเงิน เธอก็หาไปเลย เธอไม่ต้องมานั่งแช่งเราหรอก มันอยู่คนละส่วนกัน เราก็หาเงินมา ชีวิตเราก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าใคร เธอก็เห็นสภาพเรา”

พร้อมย้ำว่า หากตนยังมีเงินจำนวนมากจริง คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ และที่ผ่านมาเมื่อมีโอกาสก็พยายามช่วยเหลือคนอื่นมาโดยตลอด

“ถ้าเรารวยเราจะทำตัวอย่างนี้เหรอ เราก็ไม่มีเงิน เราก็แค่มีโอกาสมากกว่าที่เราเกิดมา แล้วพอเรามีเงินเราก็ดูแลรักษาชีวิตชาวบ้าน ก็เสียสละมาเป็น 10 ปี แล้วเธอก็ได้เห็นว่าเราไม่ได้เก็บตังค์ไว้คนเดียว”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังพูดถึงพื้นฐานครอบครัวและเส้นทางชีวิตของตัวเองว่าไม่ได้มีต้นทุนจากทรัพย์สินหรือคอนเน็กชั่น แต่เติบโตมากับครอบครัวที่ทำมาค้าขาย จึงอาศัยความขยันและการลงมือทำเป็นหลัก

ท้ายที่สุด พิมรี่พาย ยังโพสต์ข้อความขอให้เหล่าเพื่อนๆ ช่วยอุดหนุนสินค้า โดยยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้ใครสงสาร และไม่ได้ต้องการสร้างดราม่า เพียงแต่นำของที่มีอยู่มาแลกเป็นเงิน เพราะยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงต้องดูแลคนอีกนับร้อยชีวิตให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้



ด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศฝนกลับมาแล้ว ใครอยู่ 13 จังหวัดนี้ เตรียมตัวรับมือเลย



วันที่ 28 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ทุกคน...ฝนกำลังไปหานะคะ ช่วง 10.30–13.30 น. ใครอยู่ 13 จังหวัดนี้ เตรียมตัวกันหน่อยค่ะ บางจุดฝนจะมาแรงและตกเยอะ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กำลังจะออกไปไหน เช็กฝน เช็กเส้นทางกันก่อน ส่วนบ้านไหนมีน้ำท่วมหรือน้ำขังอยู่แล้ว ระวังฝนมาเติมอีกค่ะ

   
 โดยก่อนหน้านี้ รายงานว่า 10.00 น. ฝนกลับมาแล้วค่ะ รอบนี้ กทม. และสมุทรปราการ มีฝนเบาถึงปานกลาง และ มีฝนหนักบางแห่ง ตก ๆ หยุด ๆ เป็นระยะ กลุ่มฝนส่วนใหญ่ขยับไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และ แนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น ใครกำลังจะออกจากบ้าน เช็กเรดาร์และเส้นทางกันอีกสักรอบนะคะ โดยเฉพาะจุดที่ยังมีน้ำท่วมหรือน้ำขังอยู่ก่อนแล้ว ขับรถช้า ๆ เผื่อเวลาไว้หน่อย เดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะคะ