ด่วนฝนถล่มรังสิตหนัก! น้ำท่วมถนนสูง 40 ซม. รถวิ่งได้เลนเดียว ชาวบ้านหวั่นซ้ำเติมน้ำท่วมเดิม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณย่านตลาดรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พบสภาพท้องฟ้ามืดครึ้มและมีลมแรง ก่อนเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงตามมาในเวลาไม่ถึง 10 นาที พร้อมมีเสียงฟ้าร้อง โดยฝนตกครอบคลุมพื้นที่ย่านรังสิต บริเวณโดยรอบฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ตลอดแนวถนนรังสิต-นครนายก ตั้งแต่คลอง 1 ถึงคลอง 4

ภายหลังฝนตกหนักพบว่า มีน้ำฝนท่วมขังบนผิวการจราจรหลายจุด โดยเฉพาะช่องทางฝั่งซ้าย ส่งผลให้การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถยนต์ต้องชะลอความเร็ว และบางช่วงสามารถสัญจรได้เพียงช่องทางขวาเท่านั้น

โดยเฉพาะบริเวณซอยรังสิต-นครนายก 37 และ 39 ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พบว่าน้ำภายในซอยและน้ำบนพื้นถนนรังสิต-นครนายกมีระดับใกล้เคียงกัน ส่งผลให้น้ำฝนไหลมารวมตัวและท่วมขังบนผิวถนน โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 40 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรด้วยความยากลำบาก

ทั้งนี้ ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเย็น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ย่านรังสิตเกิดความกังวล เนื่องจากก่อนหน้านี้ระดับน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว แต่ฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติมอาจส่งผลให้มีน้ำสะสมเพิ่มขึ้นและเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ

ประชาชนจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์ พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันไม่ให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการจราจรในพื้นที่

งีบกลางวันตื่นมาแทบช็อก! ภาพในกล้องทำสามีภรรยาพูดไม่ออก

 


เมื่อไม่นานมานี้ มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์คนร้ายแอบขโมยโทรศัพท์มือถือจากภายในบ้านของครอบครัวหนึ่ง ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังนอนพักผ่อนในช่วงกลางวัน

สิ่งที่สร้างความตกใจให้กับผู้ชมคือ วิธีการก่อเหตุที่แยบยล โดยคนร้ายอาศัยช่องว่างของหน้าต่างในการขโมยทรัพย์สิน ทำให้หลายคนเริ่มกังวลถึงความปลอดภัยแม้จะอยู่ภายในบ้านของตนเองก็ตาม

จากภาพที่บันทึกโดยกล้องวงจรปิด เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ขณะที่สามีภรรยากำลังนอนหลับอยู่บนพื้นภายในบ้าน เนื่องจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทั้งคู่จึงล็อกเพียงประตูหลัก แต่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเท

อย่างไรก็ตาม ความประมาทเพียงเล็กน้อยนี้กลับกลายเป็นช่องทางให้คนร้ายลงมือก่อเหตุ

ภาพจากคลิปแสดงให้เห็นว่า เมื่อสมาชิกภายในบ้านหลับสนิทแล้ว บุคคลหนึ่งได้เดินเข้ามาจากบริเวณด้านนอก ก่อนจะใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายคันเบ็ดสอดผ่านช่องหน้าต่าง

จากนั้น คนร้ายค่อย ๆ ควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อเกี่ยวโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ใกล้กับบริเวณที่สามีกำลังนอนหลับ

ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โทรศัพท์มือถือก็ถูกดึงเคลื่อนออกไปทีละน้อย ก่อนจะถูกนำออกไปนอกตัวบ้านได้สำเร็จ



ที่น่าตกใจคือ ตลอดกระบวนการก่อเหตุ คนร้ายดำเนินการอย่างแนบเนียนและระมัดระวัง จนแทบไม่ปรากฏใบหน้าต่อหน้ากล้องวงจรปิดเลย

หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ ก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนแสดงความประหลาดใจกับวิธีการขโมยที่กล้าเสี่ยงและคาดไม่ถึง พร้อมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกครัวเรือน

หลายความคิดเห็นเตือนว่า แม้จะอยู่ภายในบ้านของตนเอง แต่ก็ไม่ควรละเลยการปิดล็อกหน้าต่างหรือจุดเชื่อมต่อกับภายนอก โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องพักผ่อนหรือนอนหลับในวันที่อากาศร้อน

ทางครอบครัวเจ้าของบ้านเปิดเผยว่า การนำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาเผยแพร่ มีจุดประสงค์เพื่อเตือนภัยและสร้างความตระหนักให้กับสังคม

เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ทรัพย์สินจะอยู่ภายในบ้าน แต่หากละเลยความปลอดภัยในจุดที่สามารถเข้าถึงจากภายนอกได้ ความเสี่ยงในการถูกขโมยหรือสูญเสียทรัพย์สินก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ลูก “ต๋อง วงทู” อ่านประวัติพ่อหลังเลิกแม่ “ปุ๊กกี้ ปริศนา” ผันตัวเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ก่อนมี “เต๋า ณัฐชานันท์” เข้ามาอยู่เคียงข้างจนวันสุดท้าย

 


บรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความอาลัย สำหรับพิธีฌาปนกิจ “ต๋อง สุรพันธ์ จำลองกุล” หรือ “ต๋อง วงทู” ศิลปินและนักดนตรีชื่อดังวัย 58 ปี ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบจากโรคมะเร็งโพรงจมูกระยะที่ 4 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569

ในวันนี้ (3 ต.ค. 2569) ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร “เพบเบิ้ล” ลูกสาวคนโต และ “แบม” ลูกชายคนกลาง ลูกของอดีตภรรยา “ปุ๊กกี้ ปริศนา” ได้เป็นตัวแทนของลูกทั้ง 3 คน อ่านประวัติและเรื่องราวชีวิตของคุณพ่อ ท่ามกลางญาติพี่น้อง คนในครอบครัว และเหล่าผู้ที่รักและเคารพ “ต๋อง วงทู” ซึ่งมาร่วมส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย


จากเด็กที่พ่อเคยจับมือเดิน สู่วันที่ลูกเป็นคนจับมือส่งพ่อ

เพบเบิ้ลกล่าวรำลึกถึงคุณพ่อว่า สุรพันธ์ จำลองกุล เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2511 เป็นบุตรคนที่ 2 ของคุณปู่ประสงค์และคุณย่าไพเราะ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 1 คน คือ สุรพงษ์ จำลองกุล หรือ “ลุงใหญ่” และ “ลุงตุ๋ง” ที่ลูกๆ เรียกด้วยความรัก


ตลอดชีวิตของคุณพ่อมีเสียงดนตรีและงานสร้างสรรค์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ ทั้งในบทบาทนักดนตรี ศิลปิน รวมถึงการทำงานเบื้องหลังในวงการเพลง คุณพ่อเคยสร้างสรรค์และผลิตผลงานทางดนตรีให้กับศิลปินอีกหลายคน จนลูกๆ เติบโตขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลง ห้องอัดเสียง และบรรยากาศของการทำงานด้านดนตรี



แต่สำหรับลูกๆ แล้ว ภาพของคุณพ่อไม่ได้มีเพียงความสามารถในฐานะนักดนตรีเท่านั้น หากยังเป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามทำหน้าที่ “พ่อ” อย่างดีที่สุดตลอดชีวิต

หลังจากคุณพ่อและ ปุ๊กกี้ พริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี แยกทางกัน คุณพ่อต้องรับบทเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกๆ ต่อด้วยตัวเอง

ในวัยเด็ก ลูกทั้งสองอาจยังไม่เข้าใจว่าการเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวต้องแบกรับภาระมากเพียงใด แต่เมื่อเติบโตขึ้น พวกเขาจึงค่อยๆ มองย้อนกลับไปและตระหนักว่า เส้นทางที่พ่อเดินมาตลอดหลายสิบปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

คุณพ่อทำงานหนัก ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อเลี้ยงดูลูกๆ บางครั้งต้องทำงานข้ามวันข้ามคืนและแทบไม่มีวันหยุด งานดนตรีที่รักจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความสุขและผลงานให้กับตัวเอง แต่ยังเป็นอาชีพที่พ่อใช้สร้างความมั่นคง เพื่อให้ลูกทั้งสามได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะมอบให้ได้

เมื่อโตขึ้น ลูกๆ จึงเข้าใจว่า เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของพ่อถูกใช้ไปกับการดูแลครอบครัว สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา กลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเข้าใจว่า นั่นคือ ความรัก ความทุ่มเท และการเสียสละของพ่อ


วันที่พ่อป่วย ทุกคนช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่
เมื่อคุณพ่อต้องเผชิญกับ โรคมะเร็งระยะที่ 4 ครอบครัวต่างพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาได้รับการดูแลและพักผ่อนอย่างดีที่สุด

โดย ลุงตุ๋ง พี่ชายของคุณพ่อ พร้อมด้วยหลานชาย “พี่ตุ๋ย” และครอบครัวจำลองกุล ได้เข้ามาช่วยดูแลคุณพ่ออย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ลูกๆ สามารถทำหน้าที่ของตัวเอง ทำงานหารายได้ และช่วยสนับสนุนการรักษาของคุณพ่อได้อย่างเต็มที่

ทุกคนพยายามทำทุกทางเพื่อให้คุณพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องใดอีก และได้ใช้เวลาในการพักรักษาตัวอย่างดีที่สุด

แต่เมื่อโรคร้ายดำเนินต่อไป สุขภาพของคุณพ่อก็ค่อยๆ ทรุดลง จนในที่สุดต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ช่วงเวลานั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกๆ คือการได้อยู่เคียงข้างพ่อ พยายามมอบทั้งกำลังใจและความรักให้มากที่สุด เพื่อให้พ่อรู้ว่า แม้จะต้องต่อสู้กับโรคร้าย แต่พ่อยังมีครอบครัวอยู่ตรงนี้ และไม่ได้ต้องเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง

วินาทีสุดท้าย ลูกอยู่ในอ้อมกอดและจับมือพ่อ
ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เพบเบิ้ลได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอ แจ้งว่าอาการของคุณพ่อทรุดลงอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งวันที่ 28 กันยายน 2569 ลูกๆ ได้อยู่เคียงข้างคุณพ่อ ทั้งกอด จับมือ และบอกรักพ่อในช่วงเวลาสุดท้าย

กระทั่งเวลา 10.20 น. คุณพ่อได้จากไปอย่างสงบภายในอ้อมกอดของลูก

สำหรับครอบครัว นี่คือช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต แต่ท่ามกลางความสูญเสีย พวกเขายังคงรู้สึกขอบคุณที่ในวาระสุดท้าย คุณพ่อไม่ได้จากไปอย่างเดียวดาย เพราะมีลูกๆ อยู่ข้างกาย มีมือของลูกคอยจับเอาไว้ มีอ้อมกอดของลูก และมีคำบอกรักเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนจากกัน

เพบเบิ้ลกล่าวว่า จากวันที่พ่อเคยจับมือลูกๆ พาเดินและก้าวผ่านชีวิตมาด้วยกัน วันนี้กลับกลายเป็นวันที่ลูกต้องเป็นฝ่ายจับมือพ่อ เพื่อส่งพ่อออกเดินทางเป็นครั้งสุดท้าย

ลูกๆ อยากให้คุณพ่อพักผ่อนอย่างสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขาอีกต่อไป เพราะทุกคนจะพยายามเข้มแข็ง ดูแลกัน และใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด

พวกเขาขอให้คุณพ่อเดินทางสู่สัมปรายภพด้วยความสงบ ปราศจากความเจ็บปวดและความทุกข์ พร้อมฝากความรักไปถึงพ่อว่า สำหรับลูกทั้ง 3 คนแล้ว พ่อคือพ่อที่ดีที่สุดในโลก

แม้หลังจากวันนี้จะไม่สามารถมองเห็น กอด หรือได้ยินเสียงของพ่อได้อีก แต่คุณพ่อจะยังคงอยู่ในความทรงจำของทุกคน อยู่ในเรื่องราวต่างๆ ของครอบครัว อยู่ในเสียงเพลงที่พ่อรัก และที่สำคัญที่สุด จะยังคงอยู่ในหัวใจของลูกทั้ง 3 คนตลอดไป.

เฝ้าไข้แม่ชราที่อาการวิกฤตตลอดทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แม่ก็จากไปตลอดกาล เมื่อตรวจดูกล้องวงจรปิด พบภาพสุดท้ายของแม่ก่อนสิ้นใจ ยิ่งดูยิ่งสะเทือนใจ

 

วิดีโอที่นายหวัง วัย 50 ปี จากมณฑลส่านซี ประเทศจีน นำมาเผยแพร่เพื่อรำลึกถึงคุณแม่ผู้จากไปด้วยโรคมะเ.ร็.งหลอดอาหารเมื่อปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ภาพในวิดีโอถูกบันทึกไว้ในคืนก่อนที่คุณแม่จะจากโลกนี้ไป โดยหญิงชราวัย 88 ปี ซึ่งร่างกายอ่อนแรงมากแล้ว ยังพยายามหยิบผ้าห่มมาห่มให้ลูกชายที่กำลังหลับอยู่ข้าง ๆ อย่างทะนุถนอม

หลังจากเฝ้าดูแลแม่ติดต่อกันหลายวัน นายหวังเผลอหลับไปข้างเตียงของแม่ แต่ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คุณแม่ยังคงมอบความรักและความห่วงใยให้ลูกชายเช่นเดียวกับตอนที่เขายังเป็นเด็ก

นายหวังเป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ พ่อบุญธรรมได้เสียชีวิตลง ทำให้แม่ต้องเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 8 คนเพียงลำพังจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้เวลาจะผ่านมาหนึ่งปีแล้วหลังการจากไปของแม่ แต่เขายังคงรู้สึกคิดถึงและเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงเธอ


วิดีโอดังกล่าวได้สัมผัสหัวใจของผู้คนจำนวนมาก หลายคนยอมรับว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นภาพคุณแม่ยังคงดูแลลูกชายก่อนจากไปตลอดกาล ความคิดเห็นจำนวนมากระบุว่า

"แม่ยังคงปกป้องลูกจนถึงลมหายใจสุดท้าย"

"ความรักของแม่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

"เขาจะจดจำความอบอุ่นจากผ้าห่มที่แม่ห่มให้ในคืนนั้นไปตลอดชีวิต"

เรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความเสียสละของพ่อแม่ที่มีต่อลูก มักได้รับความเห็นอกเห็นใจและสร้างความประทับใจอย่างมากบนโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ นายหม่า วัย 27 ปี จากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ก็ได้แชร์วิดีโอของคุณแม่ที่กำลังป่วยระยะสุดท้าย แต่ยังพยายามลุกขึ้นมาทำอาหารเย็นให้ลูกชายด้วยตนเอง

แม้ร่างกายของเธอจะผอมจนเหลือน้ำหนักเพียง 35 กิโลกรัม และต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ แต่เธอยังคงยืนยันที่จะทำบะหมี่ซอสมิโซะถั่วเหลืองทอด ซึ่งเป็นเมนูโปรดของลูกชาย แม้ว่าการทำอาหารในครั้งนั้นจะใช้พลังงานจากร่างกายของเธออย่างมากก็ตาม

นายหม่าเล่าว่า คุณแม่ต้องการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อลูกชายในช่วงวันสุดท้ายของชีวิต และอาหารมื้อนั้นยังเป็นมื้อแรกที่เธอทำให้ลูก หลังจากอาการป่วยทรุดหนักมานานกว่า 3 เดือน

ในคำบรรยายของวิดีโอ เขาเขียนว่า

"ผมไม่อาจอธิบายความหมายของอาหารมื้อนี้ได้ทั้งหมด แต่คืนนี้ ผมคือเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลก"

ก่อนหน้านั้น ในเดือนกันยายน ปี 2023 อีกหนึ่งเรื่องราวจากประเทศจีนก็สร้างความประทับใจให้ผู้คนจำนวนมาก เด็กหญิงวัย 13 ปี จากมณฑลเจ้อเจียง ได้ค้นพบข้อความที่แม่ผู้ล่วงลับเขียนทิ้งไว้ในแอปพลิเคชันบันทึกข้อความบนโทรศัพท์มือถือ

ข้อความดังกล่าวเป็นคำอวยพรที่คุณแม่ตั้งใจเขียนไว้สำหรับวันแต่งงานของลูกสาวในอนาคต แม้เจ้าของข้อความจะไม่ได้อยู่เห็นวันสำคัญนั้นด้วยตนเอง แต่ความรักและความปรารถนาดีของแม่ยังคงส่งต่อถึงลูกอย่างอบอุ่นไม่ต่างจากวันที่เธอยังมีชีวิตอยู่

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

 


เจ้าของสวนสยามเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ เผยความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท พร้อมประกาศหากมีผู้สนใจรับช่วงต่อก็พร้อมขายที่ดิน

วันที่ 3 ต.ค.69 นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังน้ำท่วมว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจขึ้น หลังได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสำนักงานเขตคันนายาว ที่นำเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว ขณะที่พนักงานกว่า 300-400 คน เร่งฟื้นฟูพื้นที่ทั้งวันทั้งคืน เพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

สำหรับความเสียหาย นายไชยวัฒน์ระบุว่า ถือเป็นการฟื้นฟูครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เนื่องจากเครื่องเล่นส่วนใหญ่สั่งซื้อจากต่างประเทศ และต้องหยุดใช้งานทันทีหลังถูกน้ำท่วม ก่อนให้บริษัทผู้ผลิตและวิศวกรเข้าตรวจสอบความปลอดภัยและอนุมัติการกลับมาเปิดให้บริการ

เดิมคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 6 เดือน แต่ขณะนี้ประเมินว่าอาจลดเหลือราว 3 เดือน หากได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องเล่นและวิศวกรจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ส่วนมูลค่าความเสียหาย นายไชยวัฒน์เปิดเผยว่า เบื้องต้นประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่รายได้ในช่วงนี้ลดลงอย่างมาก และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับ ทำให้ต้องเร่งขอความช่วยเหลือจากธนาคารและบริษัทประกันภัย เพื่อประคองกิจการและดูแลพนักงาน

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

นายไชยวัฒน์ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสยามอะเมซิ่งพาร์คจะเดินหน้าต่อหรือไม่ หากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน จำเป็นต้องขายที่ดินหรือเข้าสู่กระบวนการทางการเงินเพื่อยุติกิจการ พร้อมยืนยันว่า หากมีผู้สนใจเข้ามารับช่วงต่อ ก็พร้อมขายทันที 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สวนสนุกสามารถกลับมาเปิดบริการและประชาชนยังมีสถานที่พักผ่อน

เจ้าตัวยังกล่าวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ว่า เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาด โดยช่วงตี 4 พนักงานแจ้งว่าน้ำเข้าพื้นที่แล้ว ทำให้ไม่สามารถเตรียมการป้องกันได้ทัน พร้อมยอมรับว่าตลอด 7 วันที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอน เพราะต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งเรื่องพื้นที่ เครื่องเล่น พนักงาน และสัตว์ที่อยู่ภายในสวนสยาม

สวนสยาม ประกาศขาย 1 หมื่นล้าน เจ้าของท้อน้ำท่วมฟื้นฟูไม่ไหว

“ใจผมสู้ ถ้าคนอื่นไม่ช่วยซื้อ ผมสู้ไม่ไหว สวนสยามทำคนเดียวมา 40-50 ปี ถ้าอยู่ได้ ผมก็อยู่ ไม่ทิ้ง” นายไชยวัฒน์กล่าว

พร้อมระบุว่า หากภาครัฐ ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงมีแนวทางประคองพนักงานและกิจการ ก็ยังพร้อมเดินหน้าต่อ แต่หากไม่มีความช่วยเหลือเพียงพอ ก็อาจตัดสินใจขายที่ดินทั้งหมดเพื่อยุติภาระและให้ทุกฝ่ายเดินหน้าต่อได้

พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน



 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมภาษณ์พ่อของ สส.ไอเดียร์ สุชาดา แทนทรัพย์ ถึงปมร้อนอาชีพของลูกเขยหลังโดนเปิดประเด็นกลางสภาฯว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย

จากกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังถูกพาดพิงถึงสามีและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ โดย น.ส.สุชาดายืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะที่นายรังสิมันต์ระบุว่า เตรียมเชิญ น.ส.สุชาดาและสามีเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 7 ตุลาคมนี้

พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน


พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน

ล่าสุด วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.สุชาดา ที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยนายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อกระแสการตรวจสอบ เนื่องจากเมื่อบุตรสาวเข้าสู่การเมืองก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะ และพร้อมให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท

นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า เท่าที่ได้รับทราบจากบุตรสาว สามีของ น.ส.สุชาดาประกอบธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ และมีระบบตรวจสอบการดำเนินธุรกิจอย่างเข้มงวด ส่วนรายละเอียดของธุรกิจนั้นไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย แต่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจสตาร์ตอัป โดยสามียืนยันกับครอบครัวว่าทรัพย์สินได้มาโดยสุจริตและสามารถตรวจสอบได้

ส่วนกรณีที่ น.ส.สุชาดาแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ นายสัมฤทธิ์ระบุว่า เป็นสิทธิของบุตรสาว หลังถูกพาดพิงถึงสามีในประเด็นที่มีความร้ายแรง ขณะที่การยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบ และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบที่มาและรายละเอียดต่อไป หากมีข้อสงสัยก็ควรชี้แจงด้วยเอกสารและข้อเท็จจริง

พ่อ สส.ไอเดียร์ ตอบตรงๆแล้ว อาชีพลูกเขยหลังโดนแฉสะเทือน

สำหรับกรณีคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญ น.ส.สุชาดาและสามีเข้าชี้แจง นายสัมฤทธิ์เห็นว่า ควรพิจารณาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการให้ชัดเจน โดยมองว่าบุคคลภายนอกไม่ควรถูกเรียกเข้าไปชี้แจง หากไม่มีอำนาจตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้บุตรสาวหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่หากเป็นการเรียกจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบอื่น ก็ควรให้ความร่วมมือ

นายสัมฤทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคม น.ส.สุชาดาควรชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และเชื่อว่าเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมต่อไป

ด่วน ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบ "อัจฉริยะ" หน้าสนามมวยดัง


ด่วน ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบ “อัจฉริยะ” หน้าสนามมวยดัง ในข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชน ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินการตามขั้นตอน

วันที่ 3 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์

ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเช้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,

ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันซกมวย(ประเภท ข) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำการควบคุมตัวได้บริเวณหน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย ก่อนส่งตัวลงบันทึกประจำวันที่ สภ.กระทุ่มแบน จากนั้นนำตัวมาสอบสวนที่ บช.สอท. ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป



ด่วน ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกรวบ “อัจฉริยะ” หน้าสนามมวยดัง ในข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชน ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินการตามขั้นตอน