จบแล้วจบเลย “ธนาคารทิสโก้” ออกสุดยอดมาตรการ ช่วยลูกหนี้ที่ผ่อนรถไม่ไหว ไม่ฟ้อง ไม่จ่ายเพิ่ม

0
20

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน หลายคนต่างได้รับผลกระทบและเกิดความเดือดร้อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารทิสโก้ จึงจัดตั้งโครงการพิเศษภายใต้ชื่อ “คืนรถจบหนี้”

นายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าเช่าซื้อและลูกค้าจำนำทะเบียนรถยนต์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ทางทิสโก้จะช่วยเหลือกลุ่มที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดต่อไปได้ ให้มีทางเลือกในการคืนรถ

 

โดยทางธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือ “ยกหนี้ให้” ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด คือหากมีส่วนต่างผลขาดทุนจากการขายรถ ธนาคารจะไม่ดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่ม และจะรายงานข้อมูลเครดิตบูโรโรเป็นปิดบัญชี ในอนาคตยังมีโอกาสกลับมาขอสินเชื่อได้ใหม่

คุณสมบัติของคนที่เข้าร่วมโครงการ

– เป็นลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อหรือสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ (จำนำทะเบียนรถยนต์)

– เป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยมีรายได้ลดลง และไม่สามารถชำระค่างวดตามสัญญาเดิมได้ในระยะยาว (โดยลูกค้าต้องแสดงหลักฐาน/ข้อมูลว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ)

– รถยนต์ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อย และสามารถใช้งานได้ตามปกติ

– มีประวัติผ่อนชำระค่างวดตามสัญญา มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 งวด

– ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 ต้องมีสถานะบัญชีไม่ค้างชำระ หรือค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่เกินกว่า 90 วัน นับแต่วันครบกำหนดชำระ


ซึ่งการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าแต่ละราย เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะพิจารณาจากผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ รวมทั้งข้อมูล เอกสารประกอบที่ลูกค้านำส่ง


ลงทะเบียนที่ไหน

– ท่านสามารถเข้าไปลงทะเบียนคืนรถจบหนี้ ได้เว็บไซต์ธนาคารทิสโก้ www.tisco.co.th รวมถึงติดตามข่าวสารผ่านช่องทางดังกล่าว หรือที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ TISCO

ขั้นตอนการดำเนินการ

1. ลูกค้าเตรียมหลักฐาน/ข้อมูลเพื่อแสดงว่าลูกค้าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ

2. ลูกค้าดำเนินการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ ขอรับมาตรการช่วยเหลือโครงการ “คืนรถจบหนี้” โดยกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารให้ครบถ้วน

3. เจ้าหน้าที่ธนาคารจะติดต่อกลับ เพื่อสอบถามรายละเอียด และให้คำแนะนำในการนำส่งเอกสารประกอบการขอพิจารณาอนุมัติ

4. ลูกค้าจัดส่งหลักฐาน/ข้อมูลว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภาพถ่ายสภาพรถยนต์ และเอกสารอื่นๆ ตามที่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้ง มายังธนาคาร

5. ธนาคารแจ้งผลการพิจารณาเข้าร่วมมาตรการ และนัดหมาย วัน เวลา และสถานที่ที่นำทรัพย์สินมาคืน (กรณีได้รับการอนุมัติ) โดยวันนัดส่งมอบรถยนต์คืนต้องไม่เกินระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ลูกค้าได้รับทราบผลการอนุมัติ กรณีรถยนต์ที่ส่งมอบไม่อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้ตามปกติ หรือมีการถอดอุปกรณ์ส่วนควบออกจากทรัพย์สิน ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกผลการอนุมัติดังกล่าว

6. ลูกค้า ซึ่งได้แก่ ผู้เช่าซื้อ ผู้กู้ หรือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (กรณีนิติบุคคล) ตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเงินกู้เท่านั้น นำรถยนต์มาส่งมอบคืนตามวันและเวลาที่ได้นัดหมายไว้

7. หลังจากประมูลขายรถยนต์เสร็จสิ้นธนาคารจะมีหนังสือแจ้งปิดบัญชีให้ลูกค้าทราบ หากมูลค่ารถยนต์ที่ขายได้สูงกว่าภาระหนี้คงค้างที่ลูกค้ามีกับธนาคาร ธนาคารจะมีหนังสือแจ้งให้กับลูกค้ารับทราบ เพื่อนำเงินส่วนที่เกินภาระหนี้คืนให้แก่ลูกค้า

ระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ

– ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2564

นายเดชพินันท์ สุทัศนทรวง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ปฏิบัติการสินเชื่อรายย่อย เปิดเผยว่า โดยปกติแม้จะคืนรถให้กับสถาบันการเงินไปแล้ว อาจไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลงในทันที เพราะหลังรถถูกประมูลขายทอดตลาด กรณีเกิดผลขาดทุน ก็ยังคงเป็นภาระของลูกหนี้ และหากลูกหนี้ไม่สามารถจัดการได้ก็อาจส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงิน

ดังนั้น ธนาคารจึงตั้งใจเข้าไปให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มนี้ ผ่านโครงการพิเศษ “คืนรถจบหนี้” ปัจจุบันมีลูกค้าที่แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ รวมถึงที่ได้คืนรถให้แก่ธนาคารแล้วกว่า 400 ราย

ภาพจากเว็บไซต์ธนาคารทิสโก้

ที่มา : tisco

Facebook Comments